เวลาทำอาหารด้วย กระทะเทฟล่อน หลายคนให้ความสำคัญกับข้อดีเรื่องอาหารไม่ติดกระทะ แต่จริง ๆ แล้วผิว Non-stick ยังเปิดโอกาสให้เราควบคุมอาหารได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำไข่ให้เนื้อนุ่ม จี่เนื้อให้ได้ระดับที่ต้องการ หรือพลิกชิ้นอาหารโดยไม่ทำให้แตก
ความอร่อยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากรายละเอียดระหว่างปรุงด้วย ถ้าเข้าใจธรรมชาติของวัตถุดิบและรู้ว่าควรจัดการอาหารในกระทะอย่างไร แม้เป็นเมนูง่าย ๆ ก็สามารถยกระดับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดีขึ้นได้
5 เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยจากการทำอาหารด้วยกระทะเทฟล่อน
เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้กระทะเทฟล่อนหรือกระทะเคลือบเทฟล่อน วันนี้เรามี 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่แม้เป็นมือใหม่ก็สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความอร่อยมบอกกัน

1. ซับวัตถุดิบให้แห้งก่อนลงกระทะ
ความชื้นเป็นหนึ่งในตัวแปรที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะเวลาจี่เนื้อ ไก่ ปลา เห็ด หรือผัก หากวัตถุดิบมีน้ำเกาะอยู่มาก เมื่อลงกระทะ น้ำจะระเหยออกมาก่อน ทำให้อาหารมีแนวโน้มกลายเป็นการนึ่งมากกว่าการจี่
ก่อนนำวัตถุดิบลงกระทะจึงควรซับน้ำส่วนเกินออกด้วยกระดาษสำหรับใช้กับอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ผ่านการล้างหรือหมักมา จะช่วยให้ผิวอาหารสัมผัสกับกระทะได้ดีขึ้นและเกิดสีที่น่ารับประทานง่ายกว่าเดิม โดยเทคนิคนี้เหมาะกับเมนู เช่น
- ปลาแซลมอนจี่กระทะ
- อกไก่ย่างกระทะ
- หมูสเต๊ก
- เห็ดย่าง
- เต้าหู้จี่
นอกจากเรื่องสีแล้ว การลดความชื้นส่วนเกินยังช่วยลดปัญหาน้ำจากวัตถุดิบออกมารวมกันในกระทะจนรสชาติของซอสหรือเครื่องปรุงเจือจางอีกด้วย

2. อย่าใส่อาหารแน่นกระทะจนเกินไป
ถ้าต้องผัดเนื้อหรือผักปริมาณมาก หลายคนมักเททุกอย่างลงกระทะพร้อมกันเพื่อให้เสร็จเร็ว แต่เมื่อวัตถุดิบเบียดกันมากเกินไป ความชื้นที่ออกจากอาหารจะระเหยออกไม่ทัน ทำให้อุณหภูมิในกระทะลดลงและอาหารออกมาฉ่ำน้ำแทนที่จะผัดหรือจี่ได้ตามต้องการ
การทำอาหารด้วยกระทะเทฟล่อน จึงควรเหลือพื้นที่ระหว่างชิ้นอาหารให้พอสมควร หากวัตถุดิบมีปริมาณมาก การแบ่งทำ 2 รอบอาจให้ผลลัพธ์ดีกว่าการพยายามทำทั้งหมดในครั้งเดียว
ตัวอย่างเช่น การผัดเห็ด หากใส่จนเต็มกระทะตั้งแต่แรก เห็ดจะคายน้ำออกมามากจนคล้ายถูกต้ม แต่ถ้าใส่ในปริมาณที่เหมาะสม น้ำสามารถระเหยได้เร็วกว่า ทำให้ได้เนื้อสัมผัสและกลิ่นจากการจี่ที่ชัดเจนขึ้น

3. อย่ารีบพลิกอาหาร ให้เวลาแต่ละด้านได้สัมผัสกระทะ
พอเห็นอาหารเริ่มสุก หลายคนจะใช้ตะหลิวพลิกหรือเขี่ยตลอดเวลา เพราะกลัวไหม้ แต่การขยับอาหารบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวอาหารไม่ได้รับความร้อนต่อเนื่องเพียงพอ โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการสีหรือผิวด้านนอกที่ชัดเจน หลังวางเนื้อ ปลา เต้าหู้ หรืออาหารชิ้นใหญ่ลงกระทะ ควรให้เวลากับด้านแรกก่อน เมื่อผิวอาหารได้ระดับที่ต้องการแล้วจึงค่อยกลับอีกด้าน
สำหรับอาหารบางประเภท จังหวะที่เหมาะสมสามารถสังเกตได้จากลักษณะของอาหาร เช่น
- แพนเค้กเริ่มมีฟองบนผิวก่อนกลับด้าน
- ไข่ดาวมีไข่ขาวเซตตัวรอบขอบ
- เนื้อสัตว์เริ่มมีสีบริเวณด้านที่สัมผัสกระทะ
- เต้าหู้มีผิวด้านล่างอยู่ตัวก่อนพลิก
การลดจำนวนครั้งที่พลิกยังช่วยรักษารูปทรงของอาหาร โดยเฉพาะวัตถุดิบที่แตกง่าย เช่น ปลา เต้าหู้ และอาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ

4. ใส่ซอสในจังหวะที่เหมาะ ไม่ใช่ทุกอย่างตั้งแต่ต้น
ซอสมีทั้งน้ำ น้ำตาล และเครื่องปรุงที่มีพฤติกรรมต่างกันเมื่อโดนความร้อน การใส่ซอสหวานหรือซอสที่มีน้ำตาลสูงเร็วเกินไป อาจทำให้ซอสข้นและไหม้ก่อนที่วัตถุดิบจะสุกถึงด้านใน
สำหรับเมนูอย่างหมูซอสเทอริยากิ ไก่ซอสเกาหลี หรือกล้วยคาราเมล สามารถปรุงวัตถุดิบหลักให้เกือบสุกก่อน แล้วจึงเติมซอสในช่วงท้ายและคลุกให้เคลือบผิวอาหาร วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมความเข้มข้นของซอสได้ง่ายกว่า
ส่วนเมนูผัดที่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจผสมซอสไว้ในถ้วยก่อนเริ่มทำ เพื่อให้สามารถเทลงกระทะได้ในครั้งเดียว ลดโอกาสที่อาหารบางส่วนจะสุกเกินไประหว่างหยิบเครื่องปรุงทีละขวด

5. ใช้ความร้อนที่เหลือในกระทะให้เป็นประโยชน์
อาหารไม่ได้หยุดสุกทันทีที่ปิดเตา เพราะทั้งกระทะและวัตถุดิบยังมีความร้อนสะสมอยู่ หากรอจนอาหารสุกเต็มที่บนเตาทุกครั้ง เมื่อตักเสิร์ฟจริงอาจพบว่าอาหารสุกเกินระดับที่ต้องการ เทคนิคนี้เห็นผลได้ชัดกับเมนูที่ต้องการควบคุมเนื้อสัมผัส เช่น ไข่ข้น ไข่คน เนื้อสัตว์ หรือผักบางชนิด สามารถปิดไฟก่อนถึงระดับความสุกที่ต้องการเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ความร้อนที่เหลือทำหน้าที่ต่อ
ตัวอย่างเช่น ไข่ข้นควรยกออกจากความร้อนขณะที่เนื้อไข่ยังดูชุ่มเล็กน้อย เพราะหลังตักขึ้นจากกระทะ ไข่ยังคงได้รับความร้อนต่ออีกช่วงหนึ่ง วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่เนื้อไข่จะแห้งหรือแข็งเกินไป
ถ้าทำอาหารเริ่มติดกระทะ เป็นเพราะฝีมือหรือผิวเคลือบ?
หากสูตรเดิม วิธีทำเดิม และปริมาณน้ำมันใกล้เคียงเดิม แต่อาหารกลับติดกระทะมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าประสิทธิภาพของผิว เคลือบกระทะ เริ่มลดลง โดยสามารถสังเกตควบคู่กับรอยขีดข่วน ผิวเคลือบที่ไม่เรียบ หรือบริเวณที่เริ่มลอกออกจากตัวกระทะ
เมื่อพบความเสียหายควรหยุดใช้งานและประเมินสภาพกระทะตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากเป็นกระทะหรืออุปกรณ์ที่โครงสร้างยังแข็งแรงและเหมาะกับการนำกลับมาใช้งาน อาจสอบถามผู้เชี่ยวชาญว่าชิ้นงานสามารถนำมาเคลือบใหม่ได้หรือไม่ แทนการตัดสินใจจากสภาพภายนอกเพียงอย่างเดียว
ทำอาหารให้อร่อย เริ่มจากเข้าใจทั้งวัตถุดิบและกระทะ
การ ทำอาหารด้วยกระทะเทฟล่อน ให้อร่อยไม่ได้มีเคล็ดลับเพียงเรื่องอาหารไม่ติดกระทะ แต่รวมถึงการซับความชื้นออกจากวัตถุดิบ ไม่ใส่อาหารจนแน่นเกินไป ให้เวลาอาหารได้สัมผัสผิวกระทะ เลือกจังหวะเติมซอส และใช้ความร้อนที่เหลือให้เกิดประโยชน์ เทคนิคเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทั้งรสชาติ สี และเนื้อสัมผัสของอาหารได้
ส่วนกระทะที่ผ่านการใช้งานมานานจนผิวเคลือบเริ่มลอกหรือประสิทธิภาพ Non-stick ลดลง หากตัวกระทะยังมีโครงสร้างแข็งแรง สามารถนำมาให้ SScoating ช่วยประเมินความเหมาะสมสำหรับการ เคลือบกระทะ ใหม่ได้ เพื่อฟื้นฟูผิวเคลือบให้เหมาะกับการกลับไปใช้งานอีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทุกครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวเคลือบ
สอบถามข้อมูลได้ที่
Facebook : รับเคลือบเทฟล่อน SS.coating269
โทร : 02-124-3689
Line : @ss269
